ยินดีรับฟัง

บล็อกนี้ทำขึ้นเพื่อส่งต่อความรักในด้านบวกและลบ ให้ทุกคนได้รับรู้และเข้าใจในความรักมากขึ้น

เพลงเพราะ เพราะเธอ

24/6/53

ความรักคืออะไร???



ความรักในเชิงอุดมคติคือ ความชอบ ความพึงพอใจ ความจริงใจ ความปรารถนาดี ความหวังดี ความบริสุทธิ์ใจ โดยไม่ต้องการสิ่งตอบแทน ความหลงไหล ความผูกพัน ความห่วงหา ความอาทร ความเข้าใจ ความห่วงใย ความใส่ใจ ความคิดถึง ความอบอุ่น ความนุ่มนวล ความอ่อนโยน ความอ่อนแอ ความอ่อนไหว ความสุข ความเสียสละ

ความรักในเชิงทิฐิคือ ความหึงหวง ความเสียใจ ความผิดหวัง ความเจ็บปวด ความชิงชัง ความเกลียดชัง ความก้าวร้าว ความรุนแรง ความโกรธแค้น ความเห็นแก่ตัว

ความรักเชิงจินตนาการคือ การเอาตัวเองเข้าไปพิสูจน์อย่างไม่มีวันที่สิ้นสุด

ความรักในเชิงภาษาคือ คำที่มี 2 พยัญชนะ เริ่มจาก ร เรือ และ ก ไก่

ร เรือ คือ การเรียนรู้
ก ไก่ คือ กาลเวลา
นั่นจึงมีหมายความว่า ความรักคือ การเรียนรู้ซึ่งกันและกันของคน 2 คน ที่มาอยู่ร่วมกัน ปรับตัวเข้าหากัน โดยมีเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์และประสานคนทั้ง 2 คน ให้เกิดความใกล้ชิดกันและเกิดเป็นความผูกพัน จนทำให้เกิดเป็นความเข้าใจ และเกิดเป็นสุขตามมา นั่นแหล่ะ " ความรัก "เหตุผล ปัจจัย ความเป็นไป ที่มาและพัฒนาการของความรักมีดังนี้
1.ความพึงพอใจ
2.ความชอบ
3.ความใกล้ชิด
4.ความผูกพัน
5.ความเข้าใจ

บางคนว่า ความรัก คือ การให้
บางคนว่า ความรัก คือ ส่วนหนึ่งของความใคร่
บางคนว่า ความรัก คือ sex
บางคน หน่ายกับ ความรัก
บางคน โหยหา ความรัก

สรุปแล้ว สำหรับคุณ ความรัก คืออะไร?



ความรัก กับ เวลา


มีคนเคยเล่าเรื่องราวของความรักนานมาแล้วว่า...
มีเกาะอยู่เกาะมีผู้ชายคนหนึ่งชื่อว่า"ความรัก" อาศัยอยู่บนเกาะเกาะนั้น
บังเอิญว่าเกาะนี้กำลังจะจมลงไปกลางทะเล แต่แล้วก็มีเจ้าตัวความรู้สึกต่าง ๆ พายเรือผ่านมา
มีทั้งความสุขความเสียใจ ผ่านมา
ความรักก็พยายามเรียกร้องให้ความรู้สึกเหล่านั้นเข้ามาช่วยเหลือ แต่ไม่มีใครช่วยเหลือความรักเลย
สุดท้ายก็มีเรือลำหนึ่งผ่านมาผู้อาศัยเรือลำนี้ก็ได้ช่วยเหลือความรักขึ้นฝั่ง
โดยที่ความรักได้หมดสติไปแล้ว
พอความรักพื้นขึ้นมาก็เลยถามคนข้าง ๆ ว่า ใครคือคนที่ช่วยเหลือเขา ?
คนข้าง ๆ ก็เลยบอกว่า "เวลา" ไงละ

ความคิดถึง


เคยมั๊ย เมื่อคุณคิดถึงใครบางคน คุณรู้สึกทรมาน เพราะคุณคิดไปว่า
เขาคนนั้น อาจจะไม่ได้คิดถึงคุณอยู่ ถึงแม้วาการได้คิดถึงใครซักคนนั้น
จะเป็นทุกข์บ้าง แต่ก็ชุ่มชื่นหัวใจ ทำให้คุณต้องมานั่งคิดกระวนกระวายว่า
คุณมีความหมายสำหรับเขาบ้างหรือเปล่านะ เขาจะแคร์คุณบ้างไหมนะ

คุณจะรีบรับโทรศัพท์ทันที เพราะคิดว่า อาจเป็นเขาคนนั้น
คุณมองออกไปนอกหน้าต่าง

เพราะคิดว่า เขาอาจจะปรากฎตัวอยู่ที่นั่น คุณนั่งอยู่หน้าทีวี แต่จิตใจ
กลับคิดถึงเขาคนนั้นจนทำให้พลาดตอนสำคัญเรื่องโปรด
คุณเอนกายลงบนเตียงก็พลันคิดถึงช่วงเวลาที่ไปไหนต่อไหนด้วยกัน

คุณคิดถึงแต่ว่า เราคงจะได้มานั่งมองดาวด้วยกันอีก คุยกันทุกเรื่อง
ไม่ว่าจะเป็นความฝัน หรืออนาคต คุณออนไลน์อินเตอร์เน็ท
เพื่อหวังจะได้พบเขา และก็เริ่มวิตกกังวลว่าเขาจะเป็นอะไรไป
หรือเปล่าเมื่อเขาไม่ได้ออนไลน์ หรือตอบกลับมา

การได้คิดถึงใครบางคน เป็นหนทางหนึ่งที่ช่วยให้คุณเติบโต
และได้สัมผัสกับความเปลี่ยวเหงามันสอนให้คุณเรียนรู้ที่จะ
อยู่ร่วมกับความอ้างว้าง และทำให้คุณรู้จักอีกความรู้สึกหนึ่ง
นั่นคือ ความว่างเปล่า

บางครั้ง มันก็รู้สึกดีนะ ที่ได้คิดถึงใครซักคน เพราะมันทำให้คุณรู้ว่า
คุณใส่ใจใครคนนั้น และคุณปล่อยใจที่จะสัมผัสความรู้สึกรักและใส่ใจที่มีเขา

แต่ในขณะเดียวกัน การที่คิดถึงใครคนนั้น โดยที่เราไม่รู้ว่า
เขารู้สึกเหมือนเราหรือเปล่า ช่างเป็นความรู้สึกที่ทรมานเหลือเกิน
และคุณกลับรู้สึกว่า คุณถูกทิ้งไว้เพียงลำพัง

ดังนั้น หากคุณคิดถึงใคร จงบอกให้เขาได้รับรู้บ้าง และเช่นเดียวกัน
ถามเขาซิว่า เขารู้สึกอย่างเดียวกันหรือเปล่า อย่าปล่อยให้ความรู้สึกคิดถึง
เปลี่ยนแปรเป็นความอิจฉา หรือความหวาดระแวง



คุณค่า..ความเหงาเศร้า...


ความเหงา...เดินดุ่มมายาวไกล ...

ความเศร้า...เดินตามติดมาชิดใกล้

เหงา ...เศร้า...มุ่งไปพร้อมแวะทักทายผู้คน

ความเหงา...ปีนป่ายขึ้นท้องฟ้า

ความเศร้า...แหวกว่ายในสายธารา

ฟ้าหลั่งน้ำตารินลงมาปลอบโยนสายน้ำ

ความเหงา...ไปเยือนจันทร์เสี้ยว

ความเศร้า...เดินเลียบชายหาด

จันทร์ทอแสงทาบบนหาดทราย

ความเหงา...ล่องไปในทะเลกว้าง

ความเศร้า...วิ่งล้อสายลมที่เบาบาง

เวิ้งทะเลเงียบนิ่ง...ระลอกคลื่นอ้อยอิ่งเพราะไร้แรงลม

ความเหงา...โดดไปมาบนก้อนเมฆ

ความเศร้า...นั่งเล่นบนทุ่งกว้าง

เมฆครึ้มเหนือทุ่งว้างเกิดสร้างเป็นภาพจิตรกรรม

ความเหงา...ดีดบรรเลงเพลงพิณ

ความเศร้า...ร้องเพลงขับขาน

ยินท่วงทำนองร้าวรานของบทเพลง

ความเหงา...ขอแวะค้างที่บ้านตัวอักษร

ความเศร้า...เอนกายบนระเบียงความรู้สึก

บทกวีเหงาเศร้าลึกระบัดระบาย

ความเหงา...ลงมือปลูกแปลงดอกไม้

ความเศร้า...ผูกมัดเปลแกว่งไกว

คุณค่าสรรพสิ่งใดใด...อยู่ที่เลือกใช้...เลือกเป็น

อกหัก


อกหักมักจะมีคุณและโทษในตัวของมัน เวลาที่คุณอกหักเมื่อคุณทำใจได้มันก้อจะทำให้คุณเข้มแข็งขึ้นเสมอแต่ความเข้มแข็งของคุณมันจะสร้างคุณหรือโทษให้กับตัวเองก้อเท่าน่าน ถ้าคุณเลือกที่จะนำความเข้มแข็งของคุณมาเป็นอาวุธในการทำร้ายคนอื่นๆ คุณก้อเลือกที่จะใช้ประโยชน์จากมันไปในทางที่ผิด แต่ถ้าคุณเลือกที่จะเอามันมาเป็นเกราะกำบัง แล้วพัฒนามันเพื่อเป็นเหตุผลในการเลือกคนที่ดีสำหรับตัวคุณเอง

ประโยชน์ของการอกหัก

1. คุณจะแข็งแกร่งขึ้นเมื่อคุณลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง
2. คุณสามารถหาประโยชน์ของการอกหักและสามารถหาข้อบกพร่อ งของคนที่คุณรักและตัวคุณได้ทุกครั้งที่อกหักเพียงแค ่คุณยอมรับมันอย่าหลอกตัวเองก้อเท่าน่าน
3.คุณจะมองเห็นซึ่งมารยา ของผู้ชายหรือผู้ญิงที่เข้ามาหาคุณได้ดียิ่งขึ้น
4.คุณจะรู้จักระวังตัวที่จะรักมากขึ้นอย่างน้อยก้อช่วงเวลาหนึ่ง

โทษของการอกหัก

1. ถ้าระหว่างที่คุณกำลังอกหักคุณเลือกเดินผิดทางมันจะทำให้คุณเสียคนไปชั่วชีวิตถึงกับตัวได้ก้อจะเป็นตราบาปติดตัว
2. มันจะทำให้คุณเป็นคนเห็นแก่ตัวเพิ่มมากยิ่งขึ้นตามไป ด้วยถ้าคุณไม่รู้จักการดูแลมันคุณจะกลายเป็นคนที่เห็นแก่ตัวคนหนึง
3.คุณอาจเกลียดความรักหรือไม่อยากมีความรักและมองว่า ความรักเป็นสิ่งที่หลอกลวง โดยคุณคิดแค่ตอนจบแต่ถ้าคุณทบทวนตอนที่คุณมีความสุขและชอบก็ย่อมมี

ดังนั้น
ขณะที่คุณร้องไห้...เสียใจ คิดถึงแต่เขา นึกถึงแต่เขา...
คุณทำร้ายตัวเอง....เขาคนนั้น กำลังนึกถึงคนอื่น มีความสุขอยู่กับรักใหม่ของเขา
โดยที่เขาไม่ได้นึกถึง ไม่ได้คิดถึงคุณแม้แต่น้อยนิดเลย...
ในเมื่อรู้อย่างนี้แล้ว...คิดอะไรได้รึยัง?
****คิดซะ...เขาคนที่ทำเราร้องไห้ได้น่ะ ไม่ได้มีค่าอะไรเลย กับชีวิตที่มีค่าของเรา
อยู่มาได้อายุเท่านี้ ก่อนหน้านี้ไม่มีเขาเราก็ไม่ตาย ประสาอะไรกับตอนนี้
ณ วินาทีนี้ เราจะไม่มีเขาแล้ว จะเป็นอะไรไป...
ชีวิตมีค่า เวลาที่มีอยู่ใช้ให้คุ้ม กับคนที่เขาหวังดี รักเรา เถอะนะ...
รักตัวเองให้มากขึ้น...มองโลกให้กว้างกว่านี้ แล้วคุณจะเห็นอะไรดี ๆ มากมาย

คนรอบ ๆ ข้างคุณ เพื่อน ๆ คุณ ก็ช่วยให้คุณหัวเราะได้แค่ช่วงหนึ่งเท่านั้น....
มีแต่ตัวคุณเองเท่านั้นแหล่ะ...ที่จะช่วยให้ตัวคุณเองยิ้มและหัวเราะได้...

หาอะไรทำเพื่อที่จะได้ไม่คิดฟุ้งซ่านกับเรื่องเลวร้ายอย่างนั้นซะ....
ถึงแม้มันจะเหมือนการหลอกตัวเอง หลอกคนอื่นว่าคุณทำใจได้ แต่ว่า มันก็ดีซะกว่า คุณไม่รักตัวเอง....


เมื่อมีน้ำตา ไม่ได้หมายความว่าอ่อนแอ



คนเรา..

อย่าพยายามกักเก็บน้ำตา
ถ้ารู้ว่ามันเกินจะกั้นไว้ได้
ไม่มีใครเกิดมาแล้วไม่เคยร้องไห้
แม้กระทั้ง วันแรกที่ลืมตาดูโลก
ก็ต่างร้องไห้ด้วยกันทั้งนั้น...จริงม่ะ?

เมื่อมี...

น้ำตา...นั่นไม่ได้หมายความว่าอ่อนแอ
แต่ บางทีอะไรที่มันมากเกินไป เกินกว่าที่จะรับไว้
ก็จำเป็นที่ต้องระบายออกมาบ้าง

ดีใจมาก...เสียใจมาก...ตื้นตันมาก

ความรู้สึกแบบนี้ทำให้เราเสียน้ำตาได้ทั้งนั้น
เพียงแต่อย่าฝืนตัวเอง ต้องยอมรับความรู้สึกของตัวเอง
อย่าปิดกั้นความอ่อนแอ....ของตัวเอง

ถ้าอยากร้องไห้...ก็ร้อง ซะให้หายอึดอัดร้องไห้ ไม่ใช่เรื่องที่น่าอาย

เรากล้าที่จะร้องไห้ คือ คนที่เข้าใจความรู้สึกของตัวเอง
ยอมรับในสิ่งที่ตัวเองกำลังเป็น..

เพราะ คนที่เสียใจแล้วไม่ร้องไห้ ไม่ระบายออกมา

นานๆ ไปอาจจะทำให้มีความเศร้าอยู่ลึกๆ
แล้วเลือกที่จะระบายออกมาเลยไม่ดีกว่าหรือ

อย่าพยายาม อดกลั้น ที่จะร้องไห้

ปล่อยให้น้ำตามันไหลออก จนกว่าจะสบายใจ
และ เมื่อน้ำตาเหือดแห้งไป
เราจะได้ความเข้มแข็งกลับมาให้ตัวเรา..